“ลี ยอง เปรียว ผู้มาก่อนกาล ซอน”
หากจะบอกว่า ซอน ฮึง-มิน เป็นนักเตะเอเชียและเปรียบเสมือนเป็นขวัญใจของเหล่ากองเชียร์ ยึดอามี่ ก็คงไม่แปลก เพราะด้วยความสามารถที่เหนือกว่านักเตะเอเชียรายอื่นๆและยืนระยะด้วยฟอร์มที่คงเส้นคงวาที่โลดแล่นในลีกที่ว่าหินที่สุดอย่างพรีเมียลีกอังกฤษ และไม่ง่ายนักการที่แฟนบอลฝรั่งซึ่งฟุตบอลลีกยุโรปและมีนักเตะในประเทศตัวเองซึ่งเป็นตัวท็อบๆของโลกเรียกได้ว่ามากมายนับไม่ถ้วนซึ่งมาจากสโมสรอังกฤษต่างๆ ให้การยอมรับในตัว ซอน ฮึง-มิน เป็นอย่างมากทั้งแฟนบอลและนักเตะอาชีพ ซึ่ง ซอน ได้แสดงให้เห็นฝีเท้าให้เห็นในนัดโซโล่เดี่ยว 19 หลาจากหน้าประตูตัวเองลากขึ้นแล้วค่อยๆลากเลี้ยงหลบตัวผู้เล่นเบินย์ลี่ที่ละคนสองคนก่อนส่งลูกบอลไปกองที่ก้นตาข่ายอย่างสวยสดงดงาม ฝรั่งหลายคนเอามือกุมหัวพร้อมพูด โอ้ มาย ก็อด แทบไม่เชื่อว่านี่คือนักเตะกิมจิ แข้งเอเชียที่ถูกด่อยค่ามาช้านาน พูดอีกทีนี่คือนักเตะเอเชีย…นะเว้ย !!!! 555 ที่สามารถยิงประตูพิเศษชนิดโลกต้องจำ และประตูนี่เองส่งที่ตัวเขาเอง เข้าได้เป็นประตูยอดเยี่ยมของฤดูกาลของสโมสรและโลกฟุตบอลในปีเดียวกัน และนะตอนนี่ ก็สามารถยิงประตูในสโมสรคลับไก่เกิน 100+ พวงด้วยนักเตะ Best Footballer in Asia: 2014, 2015, 2017, 2018 และรางวัลส่วนตัวในทีมอีกมายมายในประเทศเกาหลีของตัวเอง….ปัดโถ่ เก่งจังว่ะ นี่ที่เล่ามาคือความเก่งกาจของ ซอน นักเตะหน้าตี๋ของ เอฟซีโซล, ฮัมบูร์เกอร์เอสเฟา,ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซิน,ทอตนัมฮอตสเปอร์ ตามลำดับ
แต่ก็มีแข้งซึ่งเป็นนักเตะเกาหลีโสมขาว ซึ่งตามหัวข้อชื่อเรื่องเลย ที่มีนามว่า “ลี ยอง เปียว ผู้มาก่อนกาล ซอน” ซึ่งแฟนบอลที่เพิ่งติดตามเชียร์สเปอร์ส รุ่นๆใหม่อาจจะไม่ทราบว่าเคยมีนักเตะพลังโสมมาค้าแข้งในถิ่น ไวท์ ฮาร์เลนในปี 2005-2008 ซึ่ง ลี ยอง เปียว นักเตะชาวเกาหลีใต้ เล่นในตำแหน่งแบ็กซ้าย เท้าขวา ลี ได้รับการยอมรับในเรื่องความเร็วและ ทักษะ การเลี้ยงบอล อดีตผู้จัดการทีมสเปอร์ส มาร์ติน โยล ในเวลานั่น เคยเรียกเขาว่า “แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดในฮอลแลนด์” ซึ่งก่อนหน้านั่น ลี ได้ค้าแข้ง พีเอสวี ไฮโอเฟ่น ของยอดโค้ด กุส ฮิดดิ้ง ช่วงยุดรุ่งเรืองและอาระวาดในเวทียุโรป ซึงตอนนั่นเป็นที่หมายตายของทีมจากแดนมักกาโรนี ยุหลายทีมผลพ่วงมาจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของเขาในเวทียุโรปเวลานั่น จวบจนมาลงเอยที่ฟาร์มไก่ ซึ่งตลอดระยะเวลาการค้าแข้ง ตัวผมเองก็ได้มีโอกาศดู ลี เล่นซึ่งในสมัยนั้นการได้ดูฟุตบอลแต่ละแมทนั่นค่อยข้างจะเรียกว่า ลำบาก หรือ ลำบากมากๆในช่วงนั่น ซึ่งการที่จะได้ดูคุณต้องมีตังประมาณนึงหรือถ้าไม่มี คุณต้องไปตามหาจานสีส้มๆ ที่มันเขียนว่า UBC ซึ่งผมก็ใช้วิธีแบบหลังนั่นแหละไปดูที่ร้านเสียตังค่าเครื่องดื่มนิดหน่อยจากนั่นก็หาที่นั่งเอาเอง !!!
เข้าเรื่อง ผมว่า มาร์ติน โยล พูดเกี่ยวกับ ลี ไม่ได้เกินจริงเลย ลี ซึ่งเล่นฟุตบอลสไตล์ รวดเร็ว กล้าเล่น เล่นแบบไม่กลัวฝรั่งเจ้าถิ่นเลย ดูแล้วมัน แรงดีไม่มีตกถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงทีมชาติเกาหลีฉบับปี 2002 จนกองเชียร์ฝ่ายตรงข้ามที่มาดูกับผมได้ร้อง “ไอ่หมอนี่มันใครว่ะ เล่นดีฉิบหาย เร็วฉิบหาย” 55 ลี ยอง เปียว ถึงแม้จะตัวไม่ใหญ่ แต่อาศัยคล่องตัวในการขับเคลื่อน เอาตัวรอดได้เสมอ เรียกได้ว่าเอาเรื่องทีเดียว ตลอดระยะเวลาการค้าแข้งในถิ่นเล้าไก่ ลี ประสบปัญหาเรื่องฟอร์มในบางช่วงจากอาการบาดเจ็บ แต่ลีก็อาศัยเลือดนักสู้ขยันซ้อม มีวินัย กลับยึดตำแหน่งตัวจริงแบ็คซ้ายในเวลาต่อมา ถึงแม้บางครั้งอาจจะโยกไปเล่นแบ็คขวายาม พอล สตอลเตรี แบ็ก ขวาตัวหลักในตอนนั่นเจ็บ แบ็คซ้ายในเวลานั่นซึ่งเป็นการขับเขี่ยวกับ เบอนัวต์ อัสซู-เอก็อตโต ในการแย่งตำแหน่งแบ็คตลอดในระยะการค้าแข้ง ช่วงท้ายการค้าแข้งของเขา สโมสรดึง แบ็คซ้ายดาวรุ่งตัวใหม่ชื่อ เกเร็ญ เบล ซึ่งความเก่งกาจตอนนี้ทุกคนได้รับรู้จากฝีเท้าดาวรุ่งของเจ้าเบลไปแล้ว ปี 2008 ลี ยอง เปียว ตัดสินใจย้ายทีม บวกกับอายุที่มากขึ้นลีได้ย้ายไปค้าแข้งต่อที่ ทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสร ในบุนเดสลีกาโดยไม่เปิดเผยค่าตัว ซึ่งมีสโมสรโรม่ามีความสนใจร่วม ปิดฉากการค้าที่ สเปอร์ส 3 ฤดูกาล ลี ยอง เปียว ได้สร้างฐานแฟนคลับชาวเอเชียไว้ก่อน ซอน จะดังในสมัยตอนนี้ จำนวนไม่มากก็น้อยในเวลานั่น ก่อนยุคโซเชี่ยวจะมา นั่นหมายถึงบ่งบวกคุณภาพฝีเท้าอันยอดเยี่ยมเขาที่ชวนติดตาม ตลอดระยะเวลาการค้าแข้ง แข้งชาวเกาหลีได้สร้างภาพกับความทรงจำนักเตะเอเชียยูนิฟอรืมสีขาว วิ่งสู้ฝัด เล่นแบ็คซ้ายที่เล่นได้น่าตื่นเต้น แบ็คซ้ายเบอร์ต้นๆของลีกอังกฤษในเวลานั่น ……..ข้าน้อยขอคาระวะหนึ่งจอก
ไก่ ลอนดอน